ถั่งเช่าเป็นอันตรายหรือไม่? ช่วยบำรุงร่างกายได้จริงหรือ? 1

ถั่งเช่าเป็นอันตรายหรือไม่? ช่วยบำรุงร่างกายได้จริงหรือ?

‘ถั่งเช่าสีทอง’ เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการบำรุงสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากมีสรรพคุณ และมีประโยชน์มากมายในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรค ช่วยชะลอความชราและความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกาย สามารถบรรเทาอาการอ่อนเพลียได้ดี ทำให้ร่างกายสดชื่นมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยสรรพคุณที่มีมากมายจึงทำให้ผู้บริโภคหลายท่านตั้งข้อสงสัยว่าถั่งเช่ามีผลข้างเคียงไหม วันนี้เราจะพาทุกท่านมาหาคำตอบ พร้อมนำเสนอข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับถั่งเช่าอย่างครบถ้วนทั้งถั่งเช่ากับวิธีรับประทาน จนไปถึงถั่งเช่ากับข้อห้ามที่ควรรู้ เพื่อให้ผู้บริโภคทุกท่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรับประทานถั่งเช่าอย่างปลอดภัยและได้ประโยชน์สูงที่สุด

การรับประทานถั่งเช่าเป็นอันตรายหรือไม่?และถั่งเช่ามีผลข้างเคียงไหม?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการรับประทานถั่งเช่าเพื่อบำรุงสุขภาพแต่กำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่าถั่งเช่ามีผลข้างเคียงไหมหากคุณจะรับประทานไปอย่างต่อเนื่อง เราขอแนะนำว่าคุณควรบริโภคถั่งเช่าในปริมาณที่เหมาะสมและพอดีกับความต้องการของร่างกาย เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นสารอาหารประเภทใดก็ตาม หากได้รับในปริมาณที่มากจนเกินพอดี ก็อาจจะทำให้เกิดข้อเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน ส่วนคำถามที่ว่าถั่งเช่ามีผลข้างเคียงไหม ก็ต้องตอบว่าหากได้รับในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือมากจนเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้ถั่งเช่าหรือมีผลข้างเคียงเกิดขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ผู้บริโภคได้รับและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ดังนั้น Goldicore จึงอยากแนะนำให้ผู้บริโภคใส่ใจกับการรับประทานถั่งเช่าอย่างถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง รวมถึงช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกายอย่างดีที่สุด

อาการแพ้ถั่งเช่ามีอะไรบ้าง สังเกตได้อย่างไร?

  • มีอาการร้อนใน รู้สึกกระหายน้ำ และมีอาการริมฝีปากแห้งร่วมด้วย ถือเป็นอาการแพ้ถั่งเช่าที่สังเกตได้ง่ายที่สุด
  • อาการง่วงซึม ซึ่งเป็นอาการแพ้ถั่งเช่าที่มักเกิดขึ้นได้ในผู้บริโภคที่รับประทานถั่งเช่าสีทองทั้งในรูปแบบการดื่มน้ำสกัด น้ำชา หรือบริโภคเนื้อเห็ดในปริมาณสูง
  • มีการถ่ายเหลวคล้ายท้องเสีย แต่ไม่มีไข้และไม่มีอาการปวดท้องร่วม
  • มีเหงื่อออกมากผิดปกติ ในผู้บริโภคบางรายอาจจะมีเหงื่อมากหลังการรับประทานถั่งเช่าสีทอง
  • อาจพบอาการมึนเวียนศีรษะ หน้ามืด ซึ่งสามารถพบได้ในผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่บริโภคถั่งเช่าหลังการออกกำลังกายทันที
  • พบผื่นคันตามผิวหนัง โดยอาจเป็นผื่นแดงนูนเหมือนผื่นลมพิษหรือเป็นผื่นเม็ดเล็กๆ ซึ่งอาการผื่นคันตามตัวนี้เป็นการแสดงออกถึงอาการแพ้เห็ดของผู้บริโภคบางราย
  • มีตุ่มสิวขึ้นบริเวณบนใบหน้าหรือแผ่นหลังหลังรับประทานถั่งเช่า ซึ่งอาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นประมาณ 2-7 วัน

วิธีการแก้อาการแพ้ถั่งเช่า สามารถทำได้อย่างไร?

  • สาเหตุหนึ่งของการเกิดอาการแพ้ถั่งเช่าอาจมาจากการรับประทานถั่งเช่าในปริมาณมากเกินไป ซึ่งมักจะเกิดกับผู้ซึ่งไม่เคยรับประทานถั่งเช่ามาก่อน โดยมักจะรู้สึกง่วงซึม ในกรณีนี้ให้ลดปริมาณการรับประทานลง หรืออาจจะเกิดจากการรับประทานถั่งเช่าที่ปนเปื้อนเข้าไป ดังนั้นจึงควรพิถีพิถันกับการเลือกซื้อถั่งเช่าไร้สารเคมี เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และปลอดภัย
  • หากเกิดอาการเวียนศรีษะร้อนตามตัว ซึ่งมักพบในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและถุงน้ำดี ควรหยุดรับประทานถั่งเช่าก่อน และแก้อาการโดยรับประทานจับเลี้ยง หรือ น้ำหล่อฮั่งก้วย หรือน้ำเก็กฮวยเพื่อลดอาการร้อนในก่อน และเมื่อเริ่มกลับมารับประทานถั่งเช่าอีกครั้งให้ลดปริมาณรับประทานลง

การบริโภคถั่งเช่า และข้อห้ามที่ควรปฏิบัติตาม

ผู้บริโภคควรรับประทานถั่งเช่าในปริมาณที่เหมาะสม โดยมีระดับคอร์ไดเซปินที่ 200 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักเห็ด 100 กรัม ในปริมาณ 0.5 – 1 กรัมต่อวันสำหรับคนปกติทั่วไป และไม่ควรเกิน 5 กรัมต่อวันในการบริโภคของกลุ่มผู้ป่วยโรคอื่นๆ ถึงแม้ว่าถั่งเช่าจะมีประโยชน์และสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย และเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของระบบภายในร่างกายมากมาย แต่การบริโภคถั่งเช่ามีข้อห้ามและข้อจำกัดสำหรับบุคคลบางกลุ่มเช่นกัน ได้แก่

  • เด็ก สตรีมีครรภ์ และหญิงที่กำลังให้นมบุตรไม่ควรรับประทานถั่งเช่า เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องความปลอดภัยสำหรับการรับประทานถั่งเช่าที่ชัดเจน
  • ถั่งเช่ากับข้อห้ามที่ไม่ควรรับประทานควบคู่กับยาบางประเภทเช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยายับยั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด หรือมีแผลขนาดใหญ่ก่อนและหลังระยะเวลา 1 เดือน เนื่องจากฤทธิ์ของถั่งเช่าส่งผลให้เลือดแข็งตัวช้าและอาจทำให้มีอาการรุนแรงอื่นๆ ตามมาได้
  • ผู้ป่วยในกลุ่มโรคภูมิต้านตนเองไม่ว่าจะเป็น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเอมเอส และโรคลูปัส อาจถือว่าถั่งเช่าเป็นข้อห้ามที่ไม่ควรรับประทาน เนื่องจากสารสำคัญในถั่งเช่าบางตัวอาจไวต่อการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้มากขึ้น และเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการของผู้ป่วยแย่ลง
  • ผู้ขับขี่ยานพาหนะประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ รวมไปถึงผู้ที่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรกล และของมีคมในการทำงาน ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เนื่องจากอาจทำให้ง่วงซึมในช่วงแรกได้

บริโภคถั่งเช่าให้ถูกต้อง ปลอดภัย และได้ประโยชน์แน่นอน

ก่อนที่ผู้บริโภคจะเริ่มต้นการรับประทานถั่งเช่า ควรตรวจสอบข้อมูลและศึกษาแหล่งที่มาของถั่งเช่าแต่ละยี่ห้อให้ถ้วนถี่ การปลูกถั่งเช่าสีทองให้ขึ้นเป็นต้นนั้นสามารถทำได้ง่าย และต้นทุนไม่สูง ดังนั้นในตลาดจึงมีผู้ขายเป็นจำนวนมาก แต่การจะเพาะถั่งเช่าไร้สารเคมีให้มีสารออกฤทธิ์ และไม่มีสารปนเปื้อนจำเป็นต้องมีงบประมาณลงทุนในเครื่องจักร และห้องปลอดเชื้อที่ได้มาตรฐาน และต้องอาศัย

ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง คงได้คำตอบกันไปแล้วว่า ถั่งเช่ามีผลข้างเคียงไหม และถั่งเช่าเป็นอันตรายหรือไม่ ถึงอย่างไรก็ตามหากผู้บริโภคอย่างระมัดระวัง รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำในการบริโภคถั่งเช่าอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากถั่งเช่าอย่างเต็มที่แน่นอน

Similar Posts